การเล่นออกกำลังกายช่วยให้เด็กเข้าสังคม

ปัจจุบัน ภาพข่าว เหตุการณ์ต่างๆในสังคม สะท้อนให้เห็นพฤติกรรม การแสดงออกของเด็กแต่ละช่วงวัย น่าเป็นห่วง ทั้งกลุ่มเด็กเล็ก เด็กโต ส่งผลให้ทุกภาคส่วนในสังคม โดยเฉพาะครอบครัวตระหนักในการป้องกัน แก้ไข
 ทั้งนี้ความหวังของทุกครอบครัว ล้วนต้องการเลี้ยงดู ปลูกฝังให้ลูกๆ เป็นคนดี มีอนาคตที่สดใส การเลี้ยงดูบางครั้ง อาจเป็นการตามใจลูก จนเกินไป ทำให้เด็กๆถูกปลูกฝังว่าต้องได้รับในทุกสิ่งที่ต้องการ จนเสียคน
 กรณีดังกล่าว มีความร่วมมือระหว่าง บ้านกับโรงเรียน ร่วมมือกันวางแนวทางที่เหมาะสม ต่อพัฒนาการของเด็กๆ ให้ก้าวสู่ครรลองที่ดีงาม


 แต่พฤติกรรม ที่เด็กๆแสดงออก อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูของครอบครัว  อาจมีปัจจัยประกอบจากสภาพร่างกาย จิตใจวุฒิภาวะทางอารมณ์ตามช่วงวัย  ปัญหาที่พบบ่อยในเด็กวัยเรียนและวัยรุ่นขณะนี้คือความก้าวร้าว เกเรรุนแรง  ทางการแพทย์จัดเป็นโรคทางพฤติกรรมชนิดหนึ่งของเด็กเรียกว่าโรคพฤติกรรมเกเรก้าวร้าว ต้องได้รับการกล่อมเกลาบำบัดรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่ยังเล็ก


 หากปล่อยไปเรื่อยๆ เมื่อเด็กโตขึ้นกว่าร้อยละ 40 อาจทำให้เป็นนักเลงอันธพาลได้ และนำมาสู่ปัญหาอื่นๆตามมา เช่น ความขัดแย้งในครอบครัว ปัญหาการเรียน ปัญหายาเสพติด และพฤติกรรมที่สังคมไม่ยอมรับ ประเมินจากผลสำรวจเบื้องต้นพบว่า ทั่วประเทศมีกว่า 4 ล้านคน ในเด็กช่วงวัย 12-16 ปี สาเหตุมีหลายปัจจัย ส่วนหนึ่งมาจากพื้นฐานของเด็กที่เป็นเด็กเลี้ยงยาก เจ้าอารมณ์

พาเด็กออกมาเล่นนอกบ้าน (2)


 ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมอง จะพบในกลุ่มเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น โรคออทิสติก โรคซึมเศร้า สมองพิการ  และอาจเกิดจากสภาพสังคมสิ่งแวดล้อม โดยพบว่าเด็กที่ดูหนัง เล่นเกมที่มีเนื้อหาต่อสู้รุนแรงบ่อยๆ จะมีผลให้เด็กอยากเลียนแบบ อย่างไรก็ตามสาเหตุสำคัญที่สุดก็คือครอบครัวและการเลี้ยงดู


 ดังนั้นผู้ปกครอง ต้องมีวิธีการเลี้ยงดูเด็กๆ อย่างเข้าใจชีวิต เพราะเด็กจะมีพฤติกรรมก้าวร้าวได้นั้น มักมีผลสืบเนื่องจากการเลี้ยงดูที่ไม่ค่อยใส่ใจ มีปัญหาครอบครัว มีการหย่าร้าง พ่อไปทาง แม่อยู่อีกบ้าน ทำให้เด็กมีปัญหา
 อีกปัจจัยคือการเลี้ยงดูที่มีการใช้วิธีลงโทษเด็กรุนแรง  และเลี้ยงแบบตามใจเด็ก เพราะกลัวเด็กไม่รัก ครอบครัวมีการทะเลาะวิวาท  ด่าทอ ตบตีกันให้เด็กเห็นบ่อยๆ การเล่นกับเพื่อนจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้เด็กๆรู้จักการแบ่งปัน การให้ การเข้ากับสังคมได้เป็นอย่างดี 

พาเด็กออกมาเล่นนอกบ้าน (2)
ที่สำคัญ ควรหลีกเลี่ยงการให้ท้ายเด็กเมื่อทำผิด เมื่อเด็กคิดว่าเรื่องผิดเป็นเรื่องถูกต้อง ถ้าเด็กแสดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ต้องห้ามปราม แนะนำ ตักเตือน อธิบายให้เด็กๆเข้าใจว่า สิ่งใดควรทำและไม่ควรทำ  เช่น การโต้เถียงพบในเด็กทั่วไปได้ เมื่อโตขึ้นพฤติกรรมจะลดลงเรื่อยๆ แต่หากเด็กมีการทำร้ายคนอื่น ทำลายทรัพย์สิน ทำร้ายหรือทรมานสิ่งมีชีวิตอื่นๆ  หนีออกจากบ้าน หนีโรงเรียน ในเด็กผู้ชายมักเป็นในช่วงอายุ 10-12 ปี ผู้หญิงจะเป็นในช่วงอายุ 14-16 ปี


 การ แก้ไขปัญหาพฤติกรรม การแสดงออกที่ไม่เหมาะสมของเด็กๆทุกวัยนั้นควรควบคุมให้หยุดความก้าวร้าวด้วยความสงบ  ผู้ปกครองอาจเข้าไปโอบกอดหรือจับให้เด็กหยุด เมื่อเด็กอารมณ์สงบแล้ว ควรพูดคุยถึงสาเหตุที่ทำให้เด็กไม่พอใจจนแสดงความก้าวร้าว เพื่อให้เด็กได้ระบายออกเป็นคำพูด ที่สำคัญต้องให้เด็กรู้จักสังคมภายนอกจากการเล่นกับเพื่อนทั้งจากวัยเดียวกัน และต่างวัย รู้จักการเล่นเป็นทีม การเล่นอย่างระมัดระวัง อาทิ กีฬาอย่างฟุตบอล เป็นการเล่นกันเป็นทีม การเล่นนอกบ้าน เล่นกับเพื่อนข้างบ้าน การวิ่งเล่น สังคมในอดีตเราจะพบเห็นข้างบ้านเรือนเคียงจะรู้จักกันแทบทุกบ้าน ในระแวกนั้น ปัจจุบันสังคมเมืองทำให้ต่างคนต่างอยู่กับมือถือ แทปเลด 

พาเด็กออกมาเล่นนอกบ้าน (4) 
 นอกจากนี้แล้วอย่าใช้วิธีการรุนแรง เช่น เฆี่ยนตี ดุด่าให้เด็กหยุด เพราะพฤติกรรมที่หยุดชั่วครู่ ด้วยความหวาดกลัว เด็กอาจกลับมาแสดงพฤติกรรมนั้นอีก ไม่ควรมีข้อต่อรองกันขณะเด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าว   พ่อแม่ควรฝึกลูกๆตั้งแต่ช่วง 3 ขวบ เช่นฝึกให้แยกตัวเมื่อรู้สึกโกรธ โหมโห ฝึกให้เด็กรู้จักเห็นอกเห็นใจ มีจิตใจโอบอ้อมอารีแก่คน สัตว์ หรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ หลีกเลี่ยงการตำหนิว่ากล่าวเปรียบเทียบ เพราะจะทำให้เด็กมีปมด้อย  รวมถึงการข่มขู่หลอกให้กลัว หรือยั่วยุเนื่องจากเด็กจะซึมซับพฤติกรรมและนำไปใช้กับคนอื่นต่อ  ที่สำคัญ ผู้ปกครอง ต้องเป็นต้นแบบที่ดี ถ้ามีแบบอย่างที่ดีให้เรียนรู้ เด็กๆก็จะเลียนแบบ จดจำสิ่งดีๆไปใช้ในชีวิตต่อไปในอนาคต

ปฏิทิน

โพสต์ล่าสุด

เกี่ยวกับเรา

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
99/8 ซอยงามดูพลี ถ.พระรามสี่ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120