กิจกรรมเรียนรู้นอกห้องเรียนนอกจากการออกกำลังกายแล้วมีอะไรอีก

 
 ความร่วมมือระหว่างบ้าน สถานศึกษาและชุมชน มีผลต่อการเปิดโลกทัศน์ กระบวนการเรียนรู้นอกห้องเรียน ให้เด็กๆแต่ละช่วงวัย โดยการหารือ มีส่วนร่วมกันกำหนดกิจกรรม เพื่อเสริมสร้างโอกาส ในการศึกษา เรียนรู้

 ถ้าหากสถานศึกษา มีทำเลที่ตั้งในชุมชน ซึ่งมีศักยภาพด้านแหล่งท่องเที่ยว ทางธรรมชาติ ทั้งน้ำตก ภูเขา ผืนป่า ก็อาจนำพาเด็กๆ ไปร่วมกิจกรรมกับชุมชน ในการทัศนศึกษา ดูงาน ใช้เวลาว่างของครอบครัว เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ ท่ามกลางธรรมชาติ ด้วยการสนับสนุนจากแหล่งเรียนรู้ที่มีทั้งของหน่วยงานราชการและภาคเอกชน อาทิ สวนพฤกษศาสตร์  สวนเกษตร ,สถานที่ผลิตงานศิลปหัตถกรรมด้านต่างๆทั้งงานไม้แกะสลัก งานร่ม เครื่องถ้วยชามเซรามิค ของที่ระลึกที่มีความหลายหลายตามวิถีถิ่น

 ทั้งนี้สถานที่เหล่านั้น ไม่เพียงเปิดพื้นที่ให้สถานศึกษาได้นำเด็กๆมาร่วมเรียนรู้  พบเห็นสิ่งแปลกใหม่ นอกห้องเรียน ยังอาจเป็นการสืบสานภูมิปัญญา ให้เด็กๆ ตระหนักถึงคุณค่าของดีที่มีอยู่ในชุมชน
 มีชุมชน หมู่บ้าน ตำบล ที่มีรูปแบบการท่องเที่ยวชุมชน จะจัดมุมการเรียนรู้ ให้เด็กๆใช้เวลาในวันหยุดไปร่วมกิจกรรมทั้งการลงมือปฏิบัติ  การร่วมกิจกรรมเพื่อความเพลิดเพลิน ระหว่างครอบครัว
 จากการนำผลิตภัณฑ์ชุมชนมาเป็นองค์ประกอบเชื่อมโยง การมีส่วนร่วมในครอบครัว และกลุ่มเด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นงานปั้น งานลงสีบนผืนผ้า,ไม้ ,การจักสาน , การร่วมเก็บเกี่ยวผลผลิตในแปลง ในฟาร์ม มาแปรรูปเป็นอาหาร ในแต่ละมื้อช่วงร่วมกิจกรรม เป็นต้น

 ปัจจุบัน ตามสถานที่สาธารณะ โดยเฉพาะลานกิจกรรมชุมชน สวนประจำอำเภอ  จังหวัด มีการวางรูปแบบพื้นที่ใช้สอย เพื่อการเรียนรู้ของเด็กๆ ทุกวัย ทั้งพื้นที่ออกกำลังกาย มุมอ่านหนังสือ  ห้องฝึกฝน ทักษะ เรียนรู้ด้านดนตรี ที่มีให้เลือกทั้งดนตรีพื้นบ้าน ดนตรีสากล ตลอดจนการฝึกร้องเพลง ฟ้อนรำ ท่วงท่าประกอบดนตรี ตามความสนใจ และศักยภาพเด็กๆ ซึ่งบางแห่งมีการสอนบัลเล่ต์ จินตลีลา นาฎการ งานศิลป์สากล หากผู้ปกครอง มองเห็นศักยภาพ ความสนใจของลูกๆในด้านใด และให้โอกาส ศึกษา เรียนรู้ก็จะเป็นการเพิ่มพูนทักษะ สร้างสมประสบการณ์ จนอาจพัฒนากลายเป็นอาชีพในอนาคตได้ อาทิ การฟ้อน งานฝีมือ  การเล่นดนตรี

 อย่างไรก็ตาม มีข้อแนะนำว่า กิจกรรมนอกห้องเรียน ต้องมีเป้าหมายที่เด่นชัดว่า ต้องการฝึกฝน ทักษะด้านใดให้เด็กๆ และไม่ควรกำหนดเป็นตารางกิจกรรมหลัก ที่ต้องเรียนรู้ ซ้ำๆ ทำบ่อยๆ เพราะจะเป็นการวางกรอบชีวิตเด็กๆเกินไป กิจกรรมเหล่านั้น ควรเป็นประโยชน์โดยอ้อม มากกว่าหวังผลว่า เด็กๆต้องเก็บเกี่ยวสิ่งที่เรียนรู้ ไปเป็นแนวทางชีวิตที่ต้องก้าวเดินต่อไป

 ผลดีจากกิจกรรม การเรียนรู้นอกห้องเรียน ถ้าใช้เวลาเพลิดเพลินในสวนสัตว์ เด็กๆก็จะมีจิตใจ อ่อนโยน ชื่นชอบสัตว์ และธรรมชาติกลางแจ้ง แต่หากนำไปเดินเล่น เที่ยวเตร่ตามห้างสรรพสินค้า บ่อยๆ ก็จะเป็นอีกมุมเรียนรู้ ที่ต้องให้คำแนะนำ เนื่องจากภายในสถานที่เหล่านั้ จะเป็น โลกกว้างที่เปิดโลกการเรียนรู้ไม่เลือกกลุ่มวัย จะแตกต่างจากสถานที่ ผู้ปกครองกำหนดว่า จะไปสถานที่ใด ทุกๆสถานที่ล้วนมีเรื่องราว ที่จะสร้างเสริม ประสบการณ์ให้เด็กๆทั้งสิ้น ควรเลือกสภาพแวดล้อม องค์ประกอบที่มีความเหมาะสมกับวัยของเด็กๆ ถ้าเที่ยวตามห้างฯ มุมกิจกรรมเด็กๆ ก็ให้เจาะจง เลือกนำพาไป ซึ่งอาจฟรีหรือมีค่าใช้จ่ายบ้าง แต่ถ้าไปตามศูนย์เรียนรู้ สถานที่ท่องเที่ยว ก็จะมีมุมแปลกใหม่ ที่สร้างกระบวนทัศน์  เติมเต็มชีวิต ให้มีสีสันไปอีกแบบ ประการสำคัญ ต้องดูแล เอาใจใส่ คอยให้คำแนะนำเด็กๆ ที่อาจมีคำถามเกิดขึ้น หรือถ้ามีโอกาสให้เด็กๆได้ไปร่วมกิจกรรมนอกห้องเรียนกับกลุ่มเพื่อนๆ ซึ่งสถานศึกษาจัดขึ้น ก็ควรส่งเสริม เพราะส่วนใหญ่ ที่เลือกไป จัดกิจกรรมนั้นๆ มักจะผ่านการพิจารณามาอย่างรอบคอบของสถานศึกษาที่มีประสบการณ์ มากกว่าผู้ปกครอง ด้านพัฒนาการ เรียนรู้ เสริมสร้างทักษะของเด็กๆอยู่แล้ว โลกนี้มีเรื่องราวให้เรียนรู้มากมาย แม้สิ่งใกล้ตัว ชีวิตในครอบครัว ก็คือ ห้องเรียนของชีวิต ที่สอนอีกหลายๆบทเรียนให้เด็กๆเสมอ

ปฏิทิน

โพสต์ล่าสุด

เกี่ยวกับเรา

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
99/8 ซอยงามดูพลี ถ.พระรามสี่ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120