เล่นอย่างไรให้สนุกและฉลาด

การเล่น หมายถึง ปรากฏการณ์โดยธรรมชาตินำไปสู่การเรียนรู้ แปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า การเล่นเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดจากจินตนาการของเด็ก เกี่ยวข้องกับความจริง เชื่อมโยงจนทำให้เด็กแสดงออกถึง ความรู้สึก จินตนาการ ความกลัว และความขัดแย้งต่าง ๆ

การเล่นเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของชีวิตเด็ก ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ รู้จักพลิกแพลง ทำให้เกิดความสมดุล และเรียนรู้ว่าควรจะแสดงอย่างไรถ้าจะต้องกระทบกระทั่งกับผู้อื่น การเล่นสามารถดึงเด็กไว้ได้นาน ๆ สามารถขยายจินตนาการให้กว้างไกลออกไป ขณะเด็กเล่นมองดูเหมือนเด็กวุ่นอยู่กับงานและมีความสุข ไม่ต้องการความสนใจจากใครทั้งสิ้น กิจกรรมที่เกิดขึ้นส่งผลให้เด็กเกิดความคิดและมีสมาธิ

เนื่องจากการเล่นเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการในเด็ก ผู้ใหญ่จึงควรให้ความสำคัญในเรื่องนี้ด้วยการสอนให้เด็กรู้จักเล่น นอกจากช่วยให้เด็กสนุกสนานกับการเล่นแล้วยังช่วยในการพัฒนาด้านภาษา ทำให้เด็กรู้จักมีความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ ตลอดจนการเรียนรู้การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นนอกเหนือจากบุคคลในครอบครัว ซึ่งเป็นทักษะทางสังคมอันเป็นหัวใจสำคัญของการใช้ชีวิตร่วมกัน เป็นการเสริมภูมิคุ้มกันในการปรับตัว ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า

ขณะเด็กเล่น ดูเหมือนเด็กวุ่นอยู่กับงานและมีความสุข ไม่ต้องการความสนใจจากใครทั้งสิ้น ...กิจกรรมการเล่นใด ๆ จะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าผู้เล่นไม่รู้สึก ‘สนุก’ เพราะถ้ากิจกรรมนั้นทำไปเพียงเพราะมีวัตถุประสงค์ มีเป้าหมาย ไม่นำพาต่อความรู้สึกนึกคิด เรามักจะเรียกกิจกรรมนั้นว่า ‘การทำงาน !’
ให้เด็กเรียนรู้ที่จะเล่นอย่างมีจินตนาการ สร้างสรรค์ สามัคคีไม่ท้าตีท้าต่อย ...อย่างผู้ใหญ่บางคน... แล้วจะทำอย่างไร ?

เด็กที่ไม่เคยเล่นกับคนอื่น เพราะเป็นลูกคนเดียว อาจพอใจที่จะเล่นกับผู้ใหญ่ และไม่ยอมสัมพันธ์กับเด็กอื่น เนื่องจากพอใจกับการได้รับความสนใจจากผู้ใหญ่ ทั้งในแง่คนชม การกอดรัดและสัมผัสต่างๆ ผู้ใหญ่ควรพยายามฝึกสอน การเริ่มต้นสอนให้เด็กรู้จักการเล่นกับผู้อื่นที่วัยใกล้เคียงกัน มีโอกาสที่จะได้ใช้ชีวิตร่วมกันในอนาคต ควรเริ่มต้นจากญาติพี่น้องหรือเพื่อนบ้าน นำไปสู่การเล่นที่เหมาะสม เช่น เกมต่างๆ ซึ่งต้องการผู้เล่นมากกว่า 1 คน เช่น งูไต่บันได เกมลิงชิงบอล มอญซ่อนผ้า แบบไทย ๆ ที่สามารถทำให้เด็กสนุกสนานได้เต็มที่ ก่อเกิดแรงเสริมกระตุ้นให้เด็กอยากเล่นต่อ ถ้าหากการเล่นสามารถดำเนินต่อไปได้การสัมพันธ์กับคนอื่นก็จะดำเนินควบคู่ไป ด้วย

และที่สำคัญ การเล่นยังมีประโยชน์ ในด้านการส่งเสริมความมีจริยธรรม คุณธรรม ยอมรับในมติของกลุ่ม รู้จักแพ้ รู้จักชนะ มีวินัย รู้จักการรอคอย รู้จักควบคุมตนเองตามกติกา

การเล่นพัฒนาเด็กได้จริงหรือ ?

ในขณะที่เด็กเล่น เด็กจะต้องผ่านการรับรู้ผ่านประสาทสัมผัสมากที่สุด จากข้อมูลต่างๆ อาทิ เช่น การมองเห็นสิ่งที่อยู่รอบตัวเด็ก การได้ยิน การเคลื่อนไหว การจับต้องสัมผัส การแก้ปัญหา และผ่อนคลายความตึงเครียด ความเครียดที่มีไม่สามารถระบายออกเป็นคำพูดได้

ตัวอย่างการจัดกิจกรรมการเล่นกับพัฒนาการเล่นในเด็กแต่ละวัยพอให้เห็นภาพ เช่น

ช่วงแรกเกิด ถึง สองปี เป็นระยะที่ใช้ปฏิกิริยาสะท้อนในการ ตอบสนอง อย่างที่เรียกกันคุ้นปาก ได้ยินกันคุ้นหูว่า รีเฟลกซ์ ระยะนี้ เด็กต้องการการกระตุ้นมากที่สุด ทั้งการเคลื่อนไหว การทำงานของกล้ามเนื้อที่ยังไม่ประสานกันจึงต้องจัดหาของเล่นที่ส่งเสริมการมองเห็น การเคลื่อนไหวแขนขา เช่น ของแขวนสีสันสอใส กระดิ่ง เพลงบรรเลง ของเล่นที่มีด้ามจับ การเล่นซ่อนหา ... แต่อย่าซ่อนแอบนะจ๊ะ

ช่วงขวบปีที่สอง ถึง เจ็ดปี ไม่ต้องการได้ยินคำกล่าวที่ว่า กว่าจะถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว เพราะเด็กในวัยนี้ เริ่มเข้าใจกระบวนการคิด หากแต่เป็นเพียง ด้านเดียวเท่านั้น เด็กในวัยนี้ยังไม่เข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่าง ๆ ยึด เอาตัวเองเป็นสรณะ ความจริงกับจินตนาการปะปนกันในความคิดคำนึง ไม่รู้จักโลกที่แท้จริง !
นอกจากจะส่งเสริมกล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ ต่อเนื่องจากระยะแรกแล้ว พ่อแม่ควรจัดกิจกรรมเล่นที่ส่งเสริมความคิด การเข้าสังคม การเล่นบทบาทสมมติ เรียนรู้บทบาทที่ถูกต้องในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น เช่น การเล่นละครการเล่นขายของที่ไม่เอารัดเอาเปรียบ เพื่อให้วางรากฐานที่ถูกต้อง ดีงามแก่เด็กในวัยถัดไป

ช่วงขวบปีที่เจ็ด ถึงวัยรุ่นตอนต้น ระยะนี้ความคิด ความอ่าน เริ่มมีการจัดระเบียบ เป็นระบบมากขึ้น มีความเข้าใจต่อเหตุผล และกฎเกณฑ์ การเล่นควรจะมีกฎเกณฑ์สอดคล้องกับพัฒนาการ และที่สำคัญ จะต้องเป็นการเล่นที่ส่งเสริมการยอมรับจากกลุ่มเพื่อน เช่น กีฬาที่เล่นกันเป็นทีม ดนตรี ศิลปะ เป็นต้น

วัยรุ่น เด็กวัยนี้สามารถคิดเป็น มักจะเชื่อมโยงความคิดกับการแก้ปัญหา แต่จะเล่นแบบเข้ากลุ่มน้อยลง ควรจัดการเล่นให้เป็นรูปแบบของการแก้ปัญหา ส่งเสริมให้อ่านหนังสือที่สนใจ ฝึกฝนทักษะต่าง ๆ ด้วยการเปิดโอกาสให้ทดลองสิ่งต่าง ๆ ตามแนวทางที่เด็กสนใจ โดยเฝ้ามองอยู่ห่าง ๆ

สิ่งสำคัญนอกจากการส่งเสริมกิจกรรมการเล่น เปิดโอกาสให้เด็กได้เล่นในวิถีที่ถูกที่ควรแล้ว ของเล่นบางอย่างก็ต้องให้ความใส่ใจด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะ เล่นเกม หรือเล่นอินเตอร์เน็ต ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่มีความสุขขณะที่เล่นด้วยกันทั้งสิ้น

การเล่นสามารถสร้างอัจฉริยภาพได้ทุกทำให้เด็กเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพในทุกด้าน และสิ่งที่ไม่ควรลืมก็คือ เด็กก็คือเด็ก ยังไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน ผู้ใหญ่ควรให้คำแนะนำ เมื่อเห็นว่ามีเนื้อหาไม่เหมาะสม ! ...อย่าให้เกิดปัญหา เพราะตีความคำว่า ‘เล่น’ ผิดไป !

นอกจากจะไม่ส่งเสริมพัฒนาการแล้ว ยังเสี่ยงต่อการมีพฤติกรรมที่ไม่ดี ติดตัวไปในอนาคตได้ ดั่งคำขวัญที่ไม่เคยล้าสมัยที่ว่า “เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาด ชาติเจริญ !”

บทความโดย : อาจารย์เกศมณี มูลปานันท์
สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ การพยาบาลเด็กและวัยรุ่น

 

ปฏิทิน

โพสต์ล่าสุด

เกี่ยวกับเรา

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
99/8 ซอยงามดูพลี ถ.พระรามสี่ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120